วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

ขอคืนความยุติธรรมให้หลวงพ่อธรรมชโช

แชร์..จนกว่าสังคมจะรับรู้ว่าหลวงพ่อธัมมชโยไม่ผิด..

1. เงิน 12,000 ล้าน ของสหกรณ์ที่หายไป ก็เล่นง่ายๆ โดยยัดข้อหาฟอกเงิน โยนความผิดให้เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไปก่อน

2. เงินกองทุนเยียวยา 600 กว่าล้าน ที่ศิษย์วัดช่วยเหลือสหกรณ์ไป ก็เอามาหมุนก่อน สมาชิกสหกรณ์จะได้ไม่หาย สหกรณ์จะได้ไม่ล้ม


3. เรื่องคดีความ ... DSI ก็เอาผลงานไป มีเช็คตั้ง 787 ใบ ทำคดีประวัติศาสตร์ ลากมาขึ้นศาลก่อน อายัดทรัพย์ จับสึกพระ ฟ้องเข้าไป787 คดี ดึงยาวไป 100 ปี ก็ยังไม่จบ เหมารวมที่วัดพระธรรมกายนี่แหละ

4. ถ้าเรื่องฟอกเงินไม่มีมูลความจริง ค่อยมาถอนฟ้องทีหลัง เหมือนคดีเมื่อปี 2542 นั่นแหละ ลากยาวไปก่อน 7 ปี นัดไต่สวนทุกสัปดาห์ เปลี่ยน ผู้พิพากษาหลายๆ คน ทำให้เสียเวลา เสียชื่อเสียง



5. สุดท้ายคดีปี '42 อัยการขอถอนฟ้องปี '49เพราะรู้ว่าองค์ประกอบการฟ้องไม่ครบ ผู้ร้องทุกข์ขาดคุณสมบัติ และไม่ควรสั่งฟ้องเป็นคดีตั้งแต่แรก แต่ก็ยังสั่งฟ้องและศาลก็รับฟ้อง

6. วันที่อัยการขอถอนฟ้อง ไม่ประกาศคำพิพากษาที่หน้าบัลลังก์ แต่ประกาศผ่านสื่อโดยใช้คำว่าให้คืนเงินและทรัพย์สิน ... ทั้งที่จริง คดีนี้ไม่ควรจะรับฟ้องตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ

7. ใช้คำพิพากษาผิด เพราะตามกฎหมายเป็นสมบัติส่วนตัวของจำเลย แต่ศาลใช้คำสั่งว่าให้คืนเงินและทรัพย์สิน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ปาราชิก (ที่จริงควรฟ้องกลับอัยการ และเรียกร้องให้แก้คำพิพากษาให้ถูกต้อง แต่จำเลยไม่เอาความ)

8. พวกที่ชอบพูดว่าถ้าไม่ผิดก็ไปพิสูจน์บนศาลถ้าโดนแบบนี้บ้าง ใครจะไว้ใจกระบวนการยุติธรรม ก็ขนาดคดีไม่ครบองค์ประกอบ ยังสั่งฟ้องและรับฟ้อง ลากยาวบนศาล ปี สุดท้ายจบที่ขอถอนฟ้องไปเอง สิ่งที่เสียหายคือ โดนด่าฟรีมาเกือบ 20 ปี เสียชื่อเสียง มีคนไม่รู้จักเกลียดเพิ่มกว่าค่อนประเทศ ถ้าคุณโดนบ้าง คุณจะรู้ว่าการสู้คดีบนศาลแบบถูกรังแกข้างเดียวอย่างไม่เป็นธรรมทั้งในศาลและนอกศาลมันเป็นยังไง ... ชัดมั้ย.





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น